สำหรับผู้ที่ขายผลไม้แบบขายปลีกที่หน้าร้าน/ขายแบบออนไลน์ หรือขายผลไม้แบบค้าส่งในปริมาณเยอะ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเลือกกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับขนาดและชนิดของผลไม้ที่ต้องการบรรจุ

วีธีการเลือกรูปแบบและขนาดกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับการบรรจุผลไม้

ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการเลือกกล่องผลไม้

ลังผลไม้

สำหรับผู้ที่ขายผลไม้แบบขายปลีกที่หน้าร้าน/ขายแบบออนไลน์ หรือขายผลไม้แบบค้าส่งในปริมาณเยอะ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเลือกกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับขนาดและชนิดของผลไม้ที่ต้องการบรรจุ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะบรรจุภัณฑ์อย่างกล่องผลไม้ จะช่วยห่อหุ้มผลไม้ของคุณให้ขนส่งสะดวกขึ้น และช่วยปกป้องผลไม้ไม่ให้เกิดความเสียหายในระหว่างการขนส่ง และหากคุณเป็นผู้ค้าปลีก กล่องผลไม้ก็ยังมีส่วนช่วยทำให้ผลไม้ดูน่าสนใจและน่าซื้อมากขึ้นอีกด้วย

แต่การเลือกกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับขนาดและชนิดของผลไม้นั้น ไม่ใช่แค่การนำกล่องชนิดใดก็ได้มาใช้บรรจุผลไม้ แต่ต้องเลือกกล่องที่ถูกออกแบบและผลิตมาสำหรับใช้เป็นกล่องผลไม้โดยเฉพาะเท่านั้น เพราะกล่องผลไม้ที่ถูกออกแบบมาสำหรับบรรจุผลไม้โดยเฉพาะ จะช่วยปกป้องผลไม้ไม่ให้เกิดรอยช้ำในระหว่างการขนส่งได้ดีกว่ากล่องกระดาษทั่ว ๆ ไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ขายส่งผลไม้หรือผู้ที่ขายผลไม้แบบมีบริการขนส่งถึงมือผู้รับจะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก และสำหรับผู้ที่ขายผลไม้แบบปลีกที่หน้าร้านหรือวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต กล่องผลไม้ยังเป็นมากกว่ากล่องผลไม้ เพราะกล่องผลไม้จะต้องมีดีไซน์ที่ช่วยส่งเสริมความน่าทานของผลไม้

วีธีการเลือกรูปแบบและขนาดกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับการบรรจุผลไม้

    • หากเป็นผลไม้ที่ต้องการโชว์จุดเด่นหรือความสวยงามของผลไม้ เช่น เมล่อน ส้ม เชอร์รี่ หรือองุ่นนำเข้า ควรเลือกกล่องผลไม้ที่มีการเจาะช่องด้านหน้าหรือด้านบนของกล่องผลไม้ เพื่อติดแผ่นพลาสติกสำหรับโชว์ผลไม้สวย ๆ น่าทาน กล่องผลไม้แบบนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นผลไม้ที่บรรจุอยู่ในกล่องได้อย่างชัดเจน เป็นกล่องผลไม้ชนิดที่เหมาะกับผู้ที่วางขายผลไม้หน้าร้านหรือฝากวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต

       

    • หากเป็นผู้จำหน่ายผลไม้ส่งออกหรือต้องมีการขนส่งผลไม้ไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยผลไม้ที่ขนส่งมีน้ำหนักมาก และต้องการปกป้องผลไม้ให้อยู่ในสภาพดีหลังผ่านกระบวนขนส่งต่าง ๆ ควรเลือกใช้กล่องผลไม้แบบลูกฟูก 5 ชั้น ขนาดบรรจุตั้งแต่ 10-15 กิโลกรัม ที่มีความหนาและมีความแข็งแรงทนทาน กล่องผลไม้ชนิดนี้เป็นกล่องผลไม้ที่จะช่วยปกป้องผลไม้จากแรงกระแทกและน้ำหนักจากแรงกดทับในระหว่างการขนส่งได้เป็นอย่างดี

       

    • ผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และมีความสูงหรือความกว้างมากกว่าผลไม้ทั่ว ๆ ไป เช่น ทุเรียน แตงโม หรือขนุน ควรใช้กล่องผลไม้ที่มีความสูงและขนาดใหญ่กว่าปกติ และควรเลือกใช้กล่องผลไม้อย่างหนาที่มีลูกฟูก 5 ชั้น พร้อมแผ่นรอง, แผ่นล้อม และแผ่นกั้นอีกหนึ่งชั้น เพราะกล่องผลไม้ชนิดนี้จะช่วยล็อคผลไม้เอาไว้ไม่ให้ขยับไปมาในระหว่างการขนส่ง จึงเป็นกล่องผลไม้ที่จะช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลไม้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังควรเลือกกล่องผลไม้ให้เหมาะกับปริมาณการบรรจุด้วย เช่น หากขายผลขนาดใหญ่เป็นรายลูก ควรเลือกกล่องผลไม้แบบลังสำหรับผลไม้ลูกเดียว แต่หากเป็นการขายผลไม้แบบส่งจำนวนหลายลูกในกล่องเดียว ก็ควรเลือกใช้กล่องผลไม้แบบฝาปิดที่มีขนาดบรรจุตั้งแต่ 15-20 กิโลกรัม

       

    • สำหรับผู้ที่ขายผลไม้ขนาดเล็ก เช่น ส้ม สตรอเบอร์รี่ กีวี มะม่วง หรือแอปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็นการวางขายที่หน้าร้านหรือการขายแบบเดลิเวอรี่ ควรเลือกกล่องผลไม้ที่สะดวกต่อการถือและการขนส่ง อย่างกล่องผลไม้แบบหูหิ้ว ที่สามารถบรรจุผลไม้ขนาดเล็กลงไปได้อย่างพอดี และตัวกล่องผลไม้มีที่ล็อคอย่างแน่นหนา ไม่หลุดหรือบุบง่าย พร้อมช่องที่เจาะไว้ตรงบริเวณด้านบนของกล่องผลไม้ เพื่อใช้เป็นหูหิ้วให้ผู้ซื้อและพนักงานขนส่ง สามารถถือกล่องผลไม้ได้อย่างสะดวก โดยช่องสำหรับหิ้วที่อยู่ด้านบนของกล่องผลไม้นี้ สามารถออกแบบให้เป็นได้ทั้งช่องแบบสี่เหลี่ยมและช่องแบบโค้ง

       

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ในการเลือกใช้กล่องผลไม้

    • กล่องผลไม้ควรมีช่องระบายอากาศบริเวณด้านข้างของกล่อง เพื่อไม่ให้อุณหภูมิภายในกล่องผลไม้สูงเกินไป จนกลายเป็นการบ่มผลไม้ ซึ่งจะทำผลไม้เปลี่ยนสีหรือสุกเร็วเกินไป และช่องที่เจาะไว้ตรงบริเวณด้านข้างของกล่องผลไม้ ยังช่วยให้พนักงานขนส่งยกกล่องผลไม้ได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

       

    • เมื่อพับขึ้นรูปกล่องผลไม้แล้ว กล่องผลไม้ควรมีความแข็งแรง ไม่โย้ ไม่บุบ และตรงบริเวณขอบมุมของกล่องผลไม้จะต้องไม่ปริแตกหรือมีรอยขาด

       

    • ควรเลือกชนิดกระดาษลูกฟูกของกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับน้ำหนักของขนาดบรรจุ เช่น หากต้องการบรรจุผลไม้น้ำหนักรวม 10 กิโลกรัมขึ้นไป ควรเลือกใช้กล่องผลไม้ที่ทำจากกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น ลอน BC ที่มีลอนขนาดใหญ่ซ้อนกัน 2 ชั้น ซึ่งจะทำให้กล่องผลไม้มีความหนากว่ากล่องผลไม้ทั่วไป หรือหากต้องการบรรจุผลไม้ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม ควรเลือกใช้กล่องผลไม้ที่ทำจากกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น แบบลอน B ที่มีลอนลูกฟูกขนาดใหญ่ปานกลาง หรือ กระดาษลูกฟูก 3 ชั้น แบบลอน C ที่มีลอนขนาดปานกลาง และสำหรับกล่องผลไม้ที่บรรจุผลไม้น้ำหนักรวมไม่เกิน 8 กิโลกรัม และไม่มีการขนส่งระยะไกลควรเลือกใช้กระดาษลูกฟูก 3 ชั้น แบบลอน E ที่มีลอนขนาดเล็ก ทำให้กระดาษมีขนาดบางและไม่เทอะทะ

       

    • ควรเลือกกล่องผลไม้ให้เหมาะสมกับประเภทผลไม้ที่ขาย, ขนาดบรรจุ (หน่วยเป็นลูกหรือกิโลกรัม), รูปแบบการจำหน่าย และวิธีการขนส่ง เพราะหากรูปแบบการจำหน่ายเป็นการส่งออกหรือส่งผลไม้กระจายไปทั่วประเทศ กล่องผลไม้ที่ใช้ก็จะต้องเป็นกล่องผลไม้ที่เน้นความแข็งแรงทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักของผลไม้, รองรับแรงกระแทกหรือการวางซ้อนกันในระหว่างการขนส่งได้ดี แต่หากรูปแบบการวางจำหน่าย เป็นการวางจำหน่ายที่หน้าร้านหรือวางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ต้องการให้สินค้าดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ก็ควรเลือกใช้กล่องผลไม้ที่ออกแบบให้ถือสะดวก น้ำหนักบรรจุไม่เยอะเกินไป และมีการดีไซน์ มีการพิมพ์กล่องที่สวยงาม

หากคุณกำลังมองหาโรงงานผลิตกล่องผลไม้ ที่สามารถผลิตกล่องผลไม้ให้คุณได้หลายรูปแบบ ลองเลือกใช้บริการของ โรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก บาแล็นซ์ แพ็คกิ้ง ที่สามารถผลิตกล่องผลไม้ให้คุณได้ทุกแบบ ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ใช้กระดาษลูกฟูกคุณภาพดีแข็งแรงทนทาน และพิมพ์กล่องผลไม้ด้วยเครื่องพิมพ์ทันสมัย ให้คุณสามารถพิมพ์ชื่อบริษัท ชื่อร้านค้า ชื่อยี่ห้อ โลโก้แบรนด์ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้าลงบนกล่องผลไม้ได้อย่างสวยงามและคมชัด

สนใจกล่องผลไม้ ติดต่อ บาแล็นซ์ แพ็คกิ้ง
โทร : 02-813-0980
Line : @blbox
E-mail : contact@balancepacking.co.th